วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25%

จัดทำบทความโดย
นางสาวสุนิศา นิลเพ็ชร เลขทะเบียน 4902100001

กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อไป เนื่องจากเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่มั่นคงพอ ต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และแรงกระตุ้นการนโยบายการคลังช่วย

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน แถลงมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งสุดท้ายของปี 2553 ว่า กนง.มีมติว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำพิเศษที่ 1.25% ต่อปี ยังเหมาะสมที่จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ที่ยังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นไปค่อยไป และยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลังต่อไป

นอกจากนี้ ธปท.กำลังติดตามการเบิกจ่ายโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมามีความล่าช้า เพราะในขณะนี้ประเทศต้องการการอัดฉีดเงินจากนโยบายการคลังที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยในส่วนของนโยบายการเงินนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น จนกว่าจะแน่ใจว่าอัตราการขยายตัวของประเทศไทยจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.สายนโยบายการเงิน กล่าวต่อว่า ในส่วนของเศรษฐกิจต่างประเทศการฟื้นตัวยังคงเกิดขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการลดค่าเงินด่อง และการเลื่อนการชำระหนี้ของกลุ่มดูไบ เวิลด์ ยังไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม สำหรับแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปนั้น กนง.มองว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แม้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวก โดยบวกค่อนข้างสูงในเดือน พ.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9%เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% แต่เกิดขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในปีนี้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น แต่หากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ย.ที่อยู่ระดับ 0.1% จะเห็นชัดเจนว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในด้านอุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

นายไพบูลย์ ยังให้ความเห็นต่อกรณีมาบตาพุดด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ประเมินกรณีมาบตาพุดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2553 มากกว่าในปีนี้ โดยแบ่งผลกระทบเป็น 2 ระยะคือ ผลกระทบต่อการลงทุนในปีหน้าที่มาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง และทำให้การตัดสินใจลงทุนใหม่ชะงัก ส่วนนี้ ธปท.ประเมินว่าจะกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ลดลง 0.2% จากการลงทุนใหม่ที่ลดลง 1% ขณะที่ผลกระทบในส่วนโครงการที่ลงทุนแล้ว โดยประเมินจากรายได้สุทธิ การจ้างงาน และการบริโภคที่จะเกิดขึ้นจาก 75 โครงการที่ถูกระงับ หากการลงทุนจริงเลื่อนออกไป 1 ปี จะกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีหน้าลดลงอีก 0.3% ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจากกรณีมาบตาพุด กระทบจีดีพีทั้งหมด 0.5% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินทั้ง 75 โครงการ แต่หากจำนวนโครงการลดลงผลกระทบก็อาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตามมูลค่าของโครงการที่ได้รับการพิจารณาให้เดินหน้าทำต่อไปได้

ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/eco/50601)

คำถาม
1เพราะเหตุใด กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อไป
2เศรษฐกิจต่างประเทศเป็นอย่างไร มีผลกระทบต่อไทยหรือไม่
3ธปท.ได้ประเมินกรณีมาบตาพุดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2553 อย่างไร

4 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    1. ตอบ เนื่องจากเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่มั่นคงพอ ต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และแรงกระตุ้นการนโยบายการคลังช่วย
    2. ตอบ ในส่วนของเศรษฐกิจต่างประเทศการฟื้นตัวยังคงเกิดขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการลดค่าเงินด่อง และการเลื่อนการชำระหนี้ของกลุ่มดูไบ เวิลด์ ยังไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม สำหรับแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปนั้น กนง.มองว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แม้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวก โดยบวกค่อนข้างสูงในเดือน พ.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9%เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% แต่เกิดขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในปีนี้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น แต่หากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ย.ที่อยู่ระดับ 0.1% จะเห็นชัดเจนว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในด้านอุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
    3. ตอบ ธปท.ประเมินว่าจะกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ลดลง 0.2% จากการลงทุนใหม่ที่ลดลง 1% ขณะที่ผลกระทบในส่วนโครงการที่ลงทุนแล้ว โดยประเมินจากรายได้สุทธิ การจ้างงาน และการบริโภคที่จะเกิดขึ้นจาก 75 โครงการที่ถูกระงับ หากการลงทุนจริงเลื่อนออกไป 1 ปี จะกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีหน้าลดลงอีก 0.3% ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจากกรณีมาบตาพุด กระทบจีดีพีทั้งหมด 0.5% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินทั้ง 75 โครงการ แต่หากจำนวนโครงการลดลงผลกระทบก็อาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตามมูลค่าของโครงการที่ได้รับการพิจารณาให้เดินหน้าทำต่อไปได้

    นางสาวพรรณิดา คำเกิด เลขทะเบียน 4902100106

    ตอบลบ
  2. คำตอบ
    1. เพราะเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่มั่นคงพอ ต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และแรงกระตุ้นการนโยบายการคลังช่วย
    2. ในส่วนของเศรษฐกิจต่างประเทศการฟื้นตัวยังคงเกิดขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการลดค่าเงินด่อง และการเลื่อนการชำระหนี้ของกลุ่มดูไบ เวิลด์ ยังไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม สำหรับแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปนั้น กนง.มองว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แม้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวก โดยบวกค่อนข้างสูงในเดือน พ.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9%เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% แต่เกิดขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในปีนี้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น แต่หากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ย.ที่อยู่ระดับ 0.1% จะเห็นชัดเจนว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในด้านอุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
    3. ธปท.ประเมินว่าจะกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ลดลง 0.2% จากการลงทุนใหม่ที่ลดลง 1% ขณะที่ผลกระทบในส่วนโครงการที่ลงทุนแล้ว โดยประเมินจากรายได้สุทธิ การจ้างงาน และการบริโภคที่จะเกิดขึ้นจาก 75 โครงการที่ถูกระงับ หากการลงทุนจริงเลื่อนออกไป 1 ปี จะกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีหน้าลดลงอีก 0.3% ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจากกรณีมาบตาพุด กระทบจีดีพีทั้งหมด 0.5% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินทั้ง 75 โครงการ แต่หากจำนวนโครงการลดลงผลกระทบก็อาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตามมูลค่าของโครงการที่ได้รับการพิจารณาให้เดินหน้าทำต่อไปได้

    นางสาวณัฐกาญจน์ นิมมานนวกุล เลขทะเบียน 4902100636

    ตอบลบ
  3. 1. ตอบ เนื่องจากเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่มั่นคงพอ ต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และแรงกระตุ้นการนโยบายการคลังช่วย
    2. ตอบ ในส่วนของเศรษฐกิจต่างประเทศการฟื้นตัวยังคงเกิดขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการลดค่าเงินด่อง และการเลื่อนการชำระหนี้ของกลุ่มดูไบ เวิลด์ ยังไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม สำหรับแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปนั้น กนง.มองว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แม้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวก โดยบวกค่อนข้างสูงในเดือน พ.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9%เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% แต่เกิดขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในปีนี้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น แต่หากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ย.ที่อยู่ระดับ 0.1% จะเห็นชัดเจนว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในด้านอุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
    3. ตอบ ธปท.ประเมินว่าจะกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ลดลง 0.2% จากการลงทุนใหม่ที่ลดลง 1% ขณะที่ผลกระทบในส่วนโครงการที่ลงทุนแล้ว โดยประเมินจากรายได้สุทธิ การจ้างงาน และการบริโภคที่จะเกิดขึ้นจาก 75 โครงการที่ถูกระงับ หากการลงทุนจริงเลื่อนออกไป 1 ปี จะกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีหน้าลดลงอีก 0.3% ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจากกรณีมาบตาพุด กระทบจีดีพีทั้งหมด 0.5% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินทั้ง 75 โครงการ แต่หากจำนวนโครงการลดลงผลกระทบก็อาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตามมูลค่าของโครงการที่ได้รับการพิจารณาให้เดินหน้าทำต่อไปได้


    นางสาวกรอุมา ภิริยะภูริณ 4902100012

    ตอบลบ
  4. ตอบ

    1. ตอบ เนื่องจากเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่มั่นคงพอ ต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และแรงกระตุ้นการนโยบายการคลังช่วย

    2. ตอบ ในส่วนของเศรษฐกิจต่างประเทศการฟื้นตัวยังคงเกิดขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการลดค่าเงินด่อง และการเลื่อนการชำระหนี้ของกลุ่มดูไบ เวิลด์ ยังไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม สำหรับแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปนั้น กนง.มองว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แม้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวก โดยบวกค่อนข้างสูงในเดือน พ.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9%เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% แต่เกิดขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในปีนี้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น แต่หากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ย.ที่อยู่ระดับ 0.1% จะเห็นชัดเจนว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในด้านอุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

    3. ตอบ ธปท.ประเมินว่าจะกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ลดลง 0.2% จากการลงทุนใหม่ที่ลดลง 1% ขณะที่ผลกระทบในส่วนโครงการที่ลงทุนแล้ว โดยประเมินจากรายได้สุทธิ การจ้างงาน และการบริโภคที่จะเกิดขึ้นจาก 75 โครงการที่ถูกระงับ หากการลงทุนจริงเลื่อนออกไป 1 ปี จะกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีหน้าลดลงอีก 0.3% ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจากกรณีมาบตาพุด กระทบจีดีพีทั้งหมด 0.5% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินทั้ง 75 โครงการ แต่หากจำนวนโครงการลดลงผลกระทบก็อาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตามมูลค่าของโครงการที่ได้รับการพิจารณาให้เดินหน้าทำต่อไปได้


    นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142

    ตอบลบ