จัดทำบทความโดย
นายอภิชาย สอนเสนาะ เลขทะเบียน4902100062
สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน เปิดผลงานวิจัย"บทเรียนจากการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์ ในต่างประเทศ" ชี้มี 3 ประเด็นที่ตลท. ควรพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งความพอดีของการเปิดเสรี การเก็บค่าธรรมเนียม และบทบาทการกำกับดูแล พร้อมชี้ความท้าทายในตลาดทุนโลก และปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์ฯแบบเดิม
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงผลงานวิจัยเรื่อง "บทเรียนจากการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ หรือ Demutualization " ว่า งานวิจัยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาประสบการณ์ และบทเรียนของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศถึงประเด็นที่จะต้องระมัดระวัง เพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทาง และวางกรอบนโยบาย เพื่อรองรับการแปรรูปผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือการปฏิรูปสำหรับประเทศไทยในอนาคต
ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวยังมีประเด็นพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์ฯที่น่าสนใจ โดยประเด็นที่ตลท.จำเป็นต้องพิจารณาต่อไปอย่างรอบคอบมี 3 เรื่อง ประเด็นแรก ควรที่จะเปิดเสรีธุรกิจตลาดหลักทรัพย์มากน้อยเพียงใด และจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีตลาดหลักทรัพย์ฯที่เป็นตลาดเดียว
ประเด็นที่สอง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาไม่พบตลาดหลักทรัพย์ที่ผ่านการปฏิรูปแล้วเพิ่ม ค่าธรรมเนียมอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่หน่วยงานกำกับดูแลควรมีกลไก เพื่อดูแลความเหมาะสมของค่าธรรมเนียมไว้ด้วย โดยเฉพาะประเทศที่มีขนาดของตลาดทุนที่เล็ก
และประเด็นที่สาม ควรมีการแยกบทบาทการกำกับดูแลตลาดอย่างชัดเจน ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งควรที่จะมีการจัดตั้งสถาบันเฉพาะเพื่อการพัฒนาตลาดทุน โดยจะต้องสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของตลาดทุน และกรอบการกำกับดูแลจะต้องสามารถเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ได้ทันเวลา และสุดท้ายคือ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปัญหาเชิงโครงสร้าง และความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ระหว่างผู้ร่วมตลาดอย่างจริงจัง ควรมีการกระจายหุ้นให้แก่สาธารณชนในสัดส่วนที่มากพอ
ดร.ยรรยง กล่าวว่า ปัจจัยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปของธุรกิจตลาดหลักทรัพย์โลกมาจากความท้าทายในตลาดทุนโลก ซึ่งยังผลมาจากการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และการเปิดเสรีภาคการเงิน ประกอบกับการแข่งขันสำหรับตลาดหลักทรัพย์แบบเดิมที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรูปแบบการแข่งขันเป็นการรวมตัวระหว่างตลาดหลักทรัพย์แบบเดิม และการเกิดกระดานซื้อขายหลักทรัพย์คู่แข่ง (Alternative Trading System: ATS)
รวมไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์แบบเดิม ซึ่งมีลักษณะเป็น Mutual-owned และสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายให้ตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งภายใต้ภาวะการแข่งขันที่รุนแรง โครงสร้างดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาทั้งในเรื่องของความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่เป็นสมาชิก รวมถึงการสนับสนุนบล.มากกว่าผู้ร่วมตลาดกลุ่มอื่น อาทิ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และผู้ลงทุน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาตลาดที่ไม่สมดุล
ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์แบบเดิมจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวไปสู่ระบบ Shareholder-owned คือการมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน มีการกระจายการถือหุ้น และอำนาจการบริหารให้ครอบคลุมผู้ร่วมตลาดทุนอย่างเหมาะสม อีกทั้งให้เกิดการทำงานแบบองค์กรธุรกิจที่มีการตัดสินใจแบบเห็นด้วยตามเสียงข้างมาก และมีการเชื่อมโยงทางธุรกิจกับตลาดหลักทรัพย์อื่นได้ง่าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,500 28 -30 มกราคม พ.ศ. 2553
คำถามจากบทความ
1. ปัจจัยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปของธุรกิจตลาดหลักทรัพย์โลกคืออะไร
2. จงอธิบายความหมายของ โครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์แบบ Mutual-owned
3. จงสรุป 3 ประเด็นที่ตลท.ควรพิจารณาจากการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์ ในต่างประเทศ
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น