จัดทำบทความโดย
น.ส. เพ็ญศรี นุ่มศิริ เลขทะเบียน 4902100003
ที่ปรึกษาทางการเงินรับ พาลูกค้าระดมทุนตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ง่าย เหตุมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง ทั้งการถูกเทกโอเวอร์ ความเสี่ยงจากค่าเงิน และต้นทุนเพิ่ม "บล.ดีบีเอสฯ "แนะให้อดใจรอหุ้นไทยครึ่งปีหลังฟ้าเปิด "ซีเจ มอร์แกน" เผยประเมินแล้วมีข้อดีเพียบ ชี้ตลาดหุ้นไต้หวันเสน่ห์แรง เดินหน้าพาลูกค้าดูดทุน
ท่ามกลางกระแสที่เริ่มมาแรงสำหรับการออกไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยล่าสุด บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน)(บมจ.) (RPC) มีแผนออกตราสาร TDR (Taiwan Depositary Receipts) ซึ่งเป็นตราสารสิทธิที่ต้องออกหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนมารองรับและฝากไว้กับผู้ดูแลหลักทรัพย์ในอัตราส่วนที่ตกลงกัน ในมุมมองของที่ปรึกษาทางการเงินต่างยอมรับว่าอีกด้านหนึ่งนั้นมีความเสี่ยงที่ต้องระวังเช่นกัน
โดยนายชำนิ จันทร์ฉาย ประธานกรรมการ บริษัท ซีเจ มอร์แกน จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาในการออกTDR ให้กับบมจ.ระยองเพียว กล่าวว่า มีความเสี่ยง 3 ด้านที่ต้องระวัง คือ 1. บริษัทที่ออกตราสารดังกล่าวอาจถูกครอบงำกิจการหรือถูกเทกโอเวอร์ได้ 2. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และ3. ควรระดมทุนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไปหากต่ำกว่านี้ความน่าสนใจอาจจะลดลง
สำหรับลูกค้าของซีเจ มอร์แกน ที่สนใจระดมทุนต่างประเทศในรูปแบบการออกTDR มี 3-4 ราย มูลค่าระดมทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยเป็นลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อหรือลีสซิ่ง เป็นต้น
เขากล่าวว่า สาเหตุที่ลูกค้าสนใจระดมทุนในตลาดหุ้นไต้หวัน เพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจ อาทิ มีจำนวนบัญชีนักลงทุน 14 ล้านบัญชี ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีประมาณ 7 แสนบัญชีเท่านั้น นอกจากนี้ตลาดหุ้นไต้หวันมีสภาพคล่องสูงกว่าหุ้นไทย
นอกจากนี้สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช) ของตลาดหุ้นไต้หวัน(TWSE) อยู่ที่ 62 เท่า ขณะที่พี/อี ตลาดหุ้นไทย อยู่ที่ประมาณ 19 เท่า เท่านั้น ประกอบกับประเทศจีนยังมีมาตรการผ่อนคลายเพื่อให้นักลงทุนในประเทศสามารถนำเงินมาลงทุนในประเทศไต้หวันได้มากขึ้น และยังไม่มีปัญหาจากปัจจัยการเมือง ขณะที่ไทย มีปัจจัยลบจากการเมือง ส่งผลให้การระดมทุนผ่านตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ
นายชำนิ ยกตัวอย่างกรณี บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย)(CCET) ซึ่งระดมทุนในตลาดหุ้นไต้หวันเมื่อปี 2547 และทยอยเพิ่มทุนไปแล้ว 4 ครั้ง นอกจากบมจ.มิลล์คอนสตีลอินดัสทรีส์ (MILL) มีแผนออก TDR จำนวน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.45% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยหุ้นที่ออกเป็นของผู้ถือหุ้นเดิม คาดว่าจะออกได้ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทโปร แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากกรณีมีหลายบริษัทเริ่มสนใจหันไประดมทุนในต่างประเทศมากขึ้นโดยการออกตราสาร TDR นั้น ในอีกมุมหนึ่งต้องยอมรับว่า การระดมทุนต่างประเทศ ยังมีความเสี่ยงทั้งในเรื่องของตัวธุรกิจหรือบริษัทผู้ออกตราสารดังกล่าว เป็นที่รู้จักในประเทศที่จะระดมทุนหรือไม่ นอกจากนี้ต้นทุนการระดมทุนอาจจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องมีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหุ้นที่ไประดมทุน ซึ่งถือเป็นภาระบริษัทในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้นสำหรับคำแนะนำของบริษัทต่อลูกค้าที่สนใจจะระดมทุนในต่างประเทศโดยออกTDR นั้นในปีนี้มองว่ายังไม่มีความจำเป็น
นายสมภพ กล่าวว่า สำหรับบริษัท ในปีนี้ มีลูกค้าที่ต้องการระดมทุนในประเทศในรูปของการกู้เงินธนาคารพาณิชย์ และบริษัทจดทะเบียนที่ออกหุ้นเพิ่มทุน (PO ) จำนวนรวม 3-4 ราย คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 300-500 ล้านบาทต่อราย สำหรับลูกค้าที่มีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 1-2 บริษัทมีมูลค่าระดมทุนประมาณ 300 ล้านบาทต่อราย โดยมีทั้งธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
"คาดว่าปีนี้กิจการยังมีโอกาสระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้ว่ายังมีปัญหาการเมือง ส่วนปัญหามาบตาพุดเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้" นายสมภพ กล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ กล่าวเช่นเดียวกันว่า บริษัทยังไม่แนะนำให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยหันไประดมทุนในต่างประเทศ และยิ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีธุรกิจในประเทศที่จะไประดมทุน เนื่องจากอาจจะมีปัญหาเรื่องความน่าสนใจของนักลงทุนได้ และที่สำคัญจะต้องมีต้นุทนในการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินในประเทศที่ระดมทุนด้วยอีกทาง
เธอกล่าวว่า แม้ช่วงครึ่งปีแรกนี้ อาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะในการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯในรูปแบบหุ้นไอพีโอหรือหุ้นพีโอก็ตาม แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังยังน่าสนใจและเป็นโอกาสที่เหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจมีทิศทางฟื้นตัวชัดเจนขึ้น และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังกระแสเงินลงทุนทั่วโลกยังจะไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น และคาดว่าประเทศไทยจะได้รับโอกาสดีด้วย
สำหรับบล.ดีบีเอสฯ มีลูกค้าหุ้นไอพีโอประมาณ 2-3 ราย มีมูลค่าระดมทุนประมาณ 300-500 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม (เรียลเซ็กเตอร์)
ด้านนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวว่า แม้ปีนี้จะเริ่มมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยสนใจระดมทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้นในรูปแบบการออกตราสาร TDR ซึ่งตลท.เองยังไม่กังวลแต่กลับมองว่า ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการมากกว่าที่จะต้องเลือกแหล่งระดมทุนเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด สำหรับตลท.เอง ได้มีการปรับตัวและสนใจดึงบริษัทจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยด้วย
สำหรับปีนี้ ตลท.ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคป 100,000 ล้านบาท รวมหุ้นไอพีโอ
ที่มา: จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,505 14-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553คำถาม
คำถาม
1.ที่ปรึกษาทางการเงินรับ พาลูกค้าระดมทุนตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ง่าย มีสาเหตุจากอะไร
2.ตราสาร TDR (Taiwan Depositary Receipts)คืออะไร
3.ในมุมมองของที่ปรึกษาทางการเงินต่างยอมรับว่าอีกด้านหนึ่งนั้นมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง 3ด้านคืออะไรบ้าง
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น